รายงานฉบับเต็ม · แยกเศรษฐกิจ 1 (ทล.35 × ทล.3091)
สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง · ข้อเสนอทางเลือก S7
ดาวน์โหลด PDF one-pager PDF ไฟล์ Word ← หน้าแบบจำลอง

รายงานการศึกษาและวิเคราะห์การจราจรด้วยแบบจำลองระดับจุลภาค

การแก้ไขปัญหาจุดตัดกระแสจราจรบนทางขนาน ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2)

บริเวณแยกถนนเศรษฐกิจ 1 (ทางหลวงหมายเลข 3091) อำเภอเมืองสมุทรสาคร

ข้อเสนอ: ทางเลือก S7 — ทางลัด + บล็อกช่องจราจร

จัดทำโดย

สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง

ประมวลผลจากแบบจำลอง PTV Vissim 2025 — 9 สถานการณ์ × 10 seeds รวม 90 รอบการจำลอง

วันที่จัดทำรายงาน 11/09/2569

1. บทสรุปผู้บริหาร

1.1 ปัญหา

ทางขนานขาออกของทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ช่วงก่อนแยกถนนเศรษฐกิจ 1 มีจุดตัดกระแสจราจร (weaving) ระยะเพียง 38 เมตร ระหว่างรถที่ลงจากสะพานข้ามแยกกับรถบนทางขนาน เมื่อมีการติดตั้งแบริเออร์ปิดจุดตัดดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย รถบนทางขนานที่ต้องการตรงไปจึงถูกบังคับให้เลี้ยวซ้าย แล้ววนกลับรถเป็นระยะทางเพิ่มขึ้นประมาณ 211 เมตร ทำให้เกิดแถวคอยสะสมยาวและข้อร้องเรียนจากผู้ใช้ทาง

ผลการจำลองสภาพปัจจุบันยืนยันความรุนแรงของปัญหา: ความล่าช้าเฉลี่ย 126 วินาทีต่อคัน แถวคอยบนทางขนานยาวถึง 1,077 เมตร และแถวคอยที่ปลายสะพานลง 842 เมตร โดยมีรถประมาณ 396 คันต่อชั่วโมงที่ไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่ศึกษาได้เลยในชั่วโมงเร่งด่วน

1.2 หลักฐาน

1.3 ทางเลือกที่ศึกษา

ตารางที่ 1-1 สรุปทางเลือกและผลการจำลองหลัก

ทางเลือกสาระสำคัญล่าช้า (วิ/คัน)ระบาย (คัน/ชม.)คิวจุดกลับรถ (ม.)
S0 ก่อนปิดแบริเออร์ (ย้อนอดีต)ก่อนปิด (ย้อนอดีต)32.013,84414
S1 สภาพปัจจุบันปัจจุบัน (ปิดด้วยแบริเออร์)125.912,213267
S2 ทางเลือก D + ทางลัดทางเลือก D + เลี้ยวขวาท่าปรง34.413,7504
S3 ทางเลือก D + ป้ายหยุดS2 + สัญญาณไฟจุดเลี้ยวขวา175.111,771447
S5 ทางลัดเลี้ยวขวาตัดใหม่ปัจจุบัน + ทางลัดเลี้ยวขวาตัดใหม่ผ่านเกาะ (ไม่57.713,3952
S6 ปัจจุบัน + บล็อกช่องจราจรปัจจุบัน + บล็อกเลนทางหลักก่อนจุดกลับรถ (ขจัดก157.611,659575
S7 ทางลัด + บล็อกช่องจราจรปัจจุบัน + ทางลัดเลี้ยวขวา + บล็อกเลนทางหลัก59.413,3560
S8 ทางลัด + ช่องเร่งความเร็วปัจจุบัน + ทางลัดเลี้ยวขวา + ช่องเร่งความเร็วจ57.013,42312
S9 ช่องเร่งความเร็วอย่างเดียวปัจจุบัน + ช่องเร่งความเร็วจากลูป (มาตรการเดี่102.312,611201

1.4 ข้อเสนอ

คณะผู้จัดทำเสนอ S7 ทางลัด + บล็อกช่องจราจร ประกอบด้วยสองมาตรการที่ทำพร้อมกัน

  1. เปิดทางลัดเลี้ยวขวาตัดใหม่ผ่านเกาะกลางถนนเศรษฐกิจ 1 เพื่อให้รถที่เดิมต้องวนกลับรถ 211 เมตร เลี้ยวขวาได้โดยตรง
  2. ตีเส้นทแยง (hatching) บล็อกช่องจราจรริมซ้ายของถนนเศรษฐกิจ 1 ขาใต้ ในช่วงก่อนจุดที่รถจากลูปกลับรถเข้าสมทบ เพื่อให้รถจากลูปมีช่องจราจรเฉพาะ ไม่ต้องเบียดเข้ากระแสหลักอย่างกะทันหัน

ผลที่ได้เทียบสภาพปัจจุบัน: ความล่าช้าลดจาก 126 เหลือ 59 วินาทีต่อคัน (ลดลง 53 %) ระบายรถได้เพิ่มขึ้น 1,143 คันต่อชั่วโมง แถวคอยที่จุดกลับรถลดจาก 267 เมตรเหลือ 0 เมตร และเหตุการณ์เกือบชนแบบตัดกระแส (ประเภทที่สัมพันธ์กับการบาดเจ็บรุนแรงที่สุด) ต่ำที่สุดในบรรดาทางเลือกทั้งหมดที่ 156 ครั้งต่อชั่วโมง

1.5 งบประมาณและระยะเวลา

ตารางที่ 1-2 ประมาณการค่าก่อสร้างเบื้องต้น S7 ทางลัด + บล็อกช่องจราจร

รายการปริมาณงานโดยประมาณราคา (ล้านบาท)
งานเตรียมการ รื้อถอนเกาะกลางเดิม และงานจราจรชั่วคราวเหมารวม0.80
งานดินและชั้นทางช่วงตัดใหม่ (ประมาณ 280 ตารางเมตร)เหมารวม0.90
งานผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเหมารวม0.60
งานคันหินและปรับรูปเกาะกลางใหม่เหมารวม0.90
งานระบบระบายน้ำและบ่อพักเหมารวม1.20
งานไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณจุดตัดเหมารวม1.40
งานป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจร รวมเส้นทแยงบล็อกช่องจราจรเหมารวม1.10
อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย (การ์ดเรล หลักนำทาง ตัวสะท้อนแสง)เหมารวม0.90
งานจราจรระหว่างก่อสร้างและป้ายเตือนเหมารวม0.70
รวมค่างานโดยตรง8.50
ค่าอำนวยการ กำไร และค่าเผื่อ (25 %)2.12
รวมทั้งสิ้น (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าเวนคืน)10.62

รวมประมาณ 10.6 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการรวมประมาณ 9 เดือน (ออกแบบรายละเอียดและสำรวจเพิ่มเติม 4 เดือน จัดซื้อจัดจ้าง 2 เดือน ก่อสร้าง 3 เดือน) รายละเอียดในหัวข้อที่ 8

2. บทนำ วัตถุประสงค์ และขอบเขต

2.1 ความเป็นมา

จุดตัดกระแสจราจรบนทางขนานทางหลวงหมายเลข 35 บริเวณแยกถนนเศรษฐกิจ 1 เป็นจุดที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง กรมทางหลวงได้ติดตั้งแบริเออร์ปิดจุดตัดเพื่อลดอุบัติเหตุ ต่อมาได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ใช้ทางเรื่องระยะทางที่เพิ่มขึ้น และแถวคอยสะสม จึงจำเป็นต้องศึกษาเชิงปริมาณเพื่อหาทางเลือกที่รักษาระดับความปลอดภัยไว้ได้ ขณะที่ลดภาระของผู้ใช้ทาง

2.2 วัตถุประสงค์

  1. สร้างแบบจำลองจราจรระดับจุลภาคที่สะท้อนสภาพจริงของพื้นที่ศึกษา
  2. ประเมินสภาพปัจจุบันเชิงปริมาณ ทั้งด้านการจราจรและความปลอดภัย
  3. เปรียบเทียบทางเลือกการปรับปรุงด้วยตัวชี้วัดเดียวกันและวิธีทางสถิติที่ตรวจสอบได้
  4. เสนอทางเลือกที่เหมาะสมพร้อมแบบเบื้องต้น ประมาณราคา และแผนดำเนินการ

2.3 ขอบเขตการศึกษา

3. สภาพพื้นที่ศึกษา

ทางหลวงหมายเลข 35 ในพื้นที่ศึกษามีขนาด 3 + 3 ช่องจราจร ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทาง 3.00 เมตร เกาะกลาง 11 เมตร เขตทาง 70 เมตร (ด้านซ้าย 40 เมตร ด้านขวา 30 เมตร) ทางขนานขาออกมี 3 ช่องจราจร และลดเหลือ 2 ช่องบริเวณก่อนจุดตัด ส่วนทางหลวงหมายเลข 3091 (ถนนเศรษฐกิจ 1) มีขนาด 3 + 3 ช่องจราจร เกาะกลาง 4.20 เมตร เขตทาง 30 เมตร

ปัจจุบันมีการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) คร่อมแนวทางหลวงหมายเลข 35 การออกแบบทางเลือกจึงต้องพิจารณาความเข้ากันได้กับตำแหน่งเสาและพื้นที่ก่อสร้างของโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์ของตารางตัดสินใจในหัวข้อที่ 7

รูปที่ 3-1 จุดตัดกระแส 38 เมตร สภาพปัจจุบัน (S1) จากแบบจำลองซ้อนภาพถ่ายดาวเทียม

รูปที่ 3-2 จุดกลับรถที่รถจากทางขนานต้องใช้ในสภาพปัจจุบัน

4. ข้อมูลจราจรและอุบัติเหตุ

ตารางที่ 4-1 ข้อมูลทางหลวงจากชั้นข้อมูล ROADNET

รายการทล.35 ตอน 0201ทล.3091 ตอน 0100
AADT (คัน/วัน)143,11637,588
สัดส่วนรถหนัก38.32 %7.46 %
ขนาดทาง3 + 3 ช่องจราจร3 + 3 ช่องจราจร
เกาะกลาง11.00 ม.4.20 ม.
เขตทาง70 ม. (40/30)30 ม.

การแปลงเป็นปริมาณชั่วโมงเร่งด่วนใช้ K = 0.08 และ D = 0.55 ได้ปริมาณเข้าพื้นที่ศึกษารวม 13,803 คันต่อชั่วโมง กระจายตามโปรไฟล์ 15 นาที 0.22 / 0.26 / 0.28 / 0.24 และแยกชนิดรถ 6 ประเภทตามสัดส่วนจริง

ข้อมูลอุบัติเหตุจากชั้นข้อมูล v_acccase ปี 2561–2565 พบอุบัติเหตุ 31 ครั้งในรัศมี 400 เมตรรอบจุดตัด มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ค่าเฉลี่ย 6.2 ครั้งต่อปี ตัวเลขนี้ถูกนำมาใช้ปรับเทียบ (calibrate) อัตราแปลงเหตุการณ์เกือบชนเป็นอุบัติเหตุในหัวข้อที่ 7.3

ข้อจำกัดของข้อมูล: ช่วงข้อมูลอุบัติเหตุอาจคาบเกี่ยวทั้งก่อนและหลังการติดตั้งแบริเออร์ และยังไม่มีข้อมูลหลังปี 2565 จึงยังไม่สามารถประเมินผลของแบริเออร์จากสถิติจริงได้โดยตรง

5. การวิเคราะห์ปัญหา

5.1 ระยะจุดตัดกระแสที่ไม่เพียงพอ

ระยะจุดตัดกระแสเดิมระหว่างปลายสะพานลงกับจุดแยกเข้าถนนเศรษฐกิจ 1 มีเพียง 38 เมตร ซึ่งสั้นกว่าระยะที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนช่องจราจรอย่างปลอดภัยที่ความเร็ว 50–60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างมาก ผลคือผู้ขับขี่ต้องตัดสินใจเปลี่ยนช่องในระยะสั้น เกิดการเบียดกะทันหันและการชะลอตัวฉับพลัน

5.2 ต้นทุนของการอ้อม

ในสภาพปัจจุบัน รถบนทางขนานที่ต้องการตรงไปต้องเลี้ยวซ้ายแล้ววนกลับรถ ระยะทางเพิ่มขึ้นประมาณ 211 เมตร เวลาเดินทางบนเส้นทาง OD-a เพิ่มจาก 298 วินาที (สภาพก่อนปิด) เป็น 419 วินาที และเมื่อคิดรวมทั้งโครงข่าย ความล่าช้ารวมเพิ่มจาก 155 เป็น 608 ชั่วโมง-คนต่อชั่วโมงเร่งด่วน

5.3 จุดคอขวดที่แท้จริง

การวิเคราะห์วิถีรถรายคันชี้ว่าคอขวดไม่ได้อยู่ที่จุดตัดกระแสเพียงจุดเดียว แต่เกิดจากลูกโซ่ของสามจุดต่อกัน คือ (1) จุดบังคับเลี้ยวซ้ายปลายทางขนาน (2) จุดกลับรถบนถนนคู่ขนาน และ (3) จุดที่รถจากลูปกลับรถสมทบเข้าถนนเศรษฐกิจ 1 ขาใต้ เมื่อจุดที่สามติดขัด แถวคอยจะย้อนกลับไปปิดจุดที่สองและหนึ่งตามลำดับ ด้วยเหตุนี้มาตรการที่แก้เพียงจุดเดียวจึงได้ผลจำกัด

6. แบบจำลองจราจร

6.1 โครงข่ายและเรขาคณิต

6.2 ความต้องการเดินทางและองค์ประกอบรถ

ปล่อยรถเข้าโครงข่าย 7 จุด รวม 13,803 คันต่อชั่วโมง แบ่งเป็น 5 ช่วงเวลา ช่วงละ 15 นาที องค์ประกอบรถ 6 ชนิด ได้แก่ รถยนต์นั่ง รถบรรทุกเล็ก รถบรรทุกหนัก รถพ่วง รถโดยสาร และรถจักรยานยนต์

6.3 พฤติกรรมการขับขี่แบบไทย

ตั้งพฤติกรรมขับขี่ 4 ชุด (ทางหลัก Wiedemann 99, ทางขนาน Wiedemann 74, รถพ่วง และรถจักรยานยนต์ที่แทรกช่องได้) และปรับเกณฑ์การยอมรับช่องว่างที่จุดตัดให้ตรงกับพฤติกรรมคนขับไทย หลังจากผู้เชี่ยวชาญพื้นที่ตรวจภาพเคลื่อนไหว แล้วพบว่าแบบจำลองเดิมให้รถรอสอดเข้าช่องนานเกินจริง

ตารางที่ 6-1 พารามิเตอร์ที่ปรับให้ตรงกับพฤติกรรมคนขับไทย

พารามิเตอร์ค่าตั้งต้น Vissimค่าที่ใช้
ตัวคูณระยะปลอดภัยที่จุดตัด (SafDistFactDef)1.501.00
ช่องว่างหน้า/หลังขั้นต่ำ (Front/RearGapDef)0.50 / 0.50 วินาที0.30 / 0.30 วินาที
การเบรกที่ยอมรับได้ของคันที่เบียด (AccDecelOwn)−1.0 ม./วิ²−2.5 ถึง −3.5 ม./วิ²
การเบรกที่คาดหวังจากคันตามหลัง (AccDecelTrail)−1.0 ม./วิ²−2.5 ถึง −3.5 ม./วิ²
เวลารอสูงสุดก่อนถูกลบออก (DiffusTm)60 วินาที60 วินาที

ผลการปรับเทียบวัดจากวิถีรถจริง: เวลาที่รถจอดนิ่งรอสอดเข้าช่อง (ค่ามัธยฐาน) ลดจาก 11.8 วินาที เหลือ 9.4 วินาที และสัดส่วนรถที่ต้องรอเกิน 10 วินาที ลดจากร้อยละ 54 เหลือร้อยละ 31 ซึ่งสอดคล้องกับการสังเกตพฤติกรรมจริง

6.4 การตรวจความสมเหตุสมผล

ข้อจำกัดสำคัญ: ยังไม่ได้ปรับเทียบด้วยข้อมูลนับปริมาณและความเร็วในสนามของช่วงเวลาเดียวกัน ผลจึงเหมาะกับการเปรียบเทียบทางเลือกมากกว่าการพยากรณ์ค่าสัมบูรณ์

7. ผลการจำลองและการเปรียบเทียบทางเลือก

7.1 ตัวชี้วัดด้านการจราจร

ตารางที่ 7-1 ตัวชี้วัดด้านการจราจร (ค่าเฉลี่ย 10 seeds)

ตัวชี้วัดS0S1S2S3S5S6S7S8S9
รถถึงปลายทาง (คัน/ชม.)13,84412,21313,75011,77113,39511,65913,35613,42312,611
ความล่าช้าเฉลี่ย (วินาที/คัน)32.0125.934.4175.157.7157.659.457.0102.3
ความเร็วเฉลี่ยโครงข่าย (กม./ชม.)49.733.049.925.542.629.242.142.736.3
อุปสงค์ที่เข้าโครงข่ายไม่ได้ (คัน)239613696175634205173308
เวลาเดินทาง OD-a (วินาที)2984192791,600392410393389379
เวลาเดินทาง OD-b (วินาที)44949879745138464555

รูปที่ 7-1 ความล่าช้าเฉลี่ยต่อคัน พร้อมช่วงเชื่อมั่น 95 %

รูปที่ 7-2 ปริมาณรถที่ระบายได้ในชั่วโมงเร่งด่วน

7.2 แถวคอย

เครื่องมือวัดแถวคอยมาตรฐานของ Vissim จำกัดความยาวไว้ที่ 500 เมตร ซึ่งทำให้ทุกสถานการณ์ที่ติดขัดรายงานค่าเท่ากัน คณะผู้จัดทำจึงสร้างการวัดแถวคอยขึ้นใหม่จากวิถีรถจริงด้วยนิยามเดียวกัน แต่ไม่จำกัดความยาว และสามารถไล่ย้อนข้ามทางเชื่อมได้

ตารางที่ 7-2 แถวคอยสูงสุดวัดจากวิถีรถจริง (เมตร)

จุดวัดS0S1S2S3S5S6S7S8S9
คิวทางขนาน ณ จุดแยก 38 ม.1801,077002521,608249222791
คิวปลายสะพานลง108422483181,2523525489
คิวจุดเลี้ยวซ้าย 323 ม.004143900000
คิวจุดเลี้ยวขวา (S2)1426744472575012201

รูปที่ 7-3 แถวคอยสูงสุดรายจุดวัด

7.3 ความปลอดภัย (ตัวชี้วัดทดแทนตามมาตรฐาน FHWA SSAM)

ใช้ตัวชี้วัดทดแทนตามนิยาม FHWA SSAM โดยนับเหตุการณ์ที่เวลาถึงจุดชน (TTC) ไม่เกิน 1.5 วินาที และคำนวณเวลาผ่านจุดเดียวกัน (PET) เกณฑ์ 5.0 วินาที จำแนกประเภทตามมุมระหว่างทิศทาง (ชนท้ายน้อยกว่า 30 องศา ตัดกระแสมากกว่า 85 องศา) ในรัศมี 400 เมตรรอบจุดตัด

ต้องอ่านตัวเลขเป็น 3 ชั้น เพราะในภาวะรถติดหนัก รถที่คลานในแถวคอยทำให้ TTC ต่ำกว่าเกณฑ์แทบทุกคู่ ทั้งที่ความเร็วต่ำมากและไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงจริง ชั้นที่ใช้ตัดสินคือชั้นกรองแถวคอยและประเภทของเหตุการณ์

ตารางที่ 7-3 ตัวชี้วัดความปลอดภัย (ค่าเฉลี่ย 10 seeds)

ตัวชี้วัดS0S1S2S3S5S6S7S8S9
conflict ต่อชั่วโมง5,767.45,546.56,258.632,038.65,389.21,952.56,146.96,457.97,054.7
conflict กรองแถวคอยแล้ว ต่อชั่วโมง5,085.44,716.75,875.519,328.14,201.61,550.24,775.65,060.25,952.4
conflict รุนแรงต่อชั่วโมง3,840.23,802.94,899.311,775.02,766.61,119.12,970.83,230.24,667.5
ชนท้าย/ชม.4,9574,8054,25226,1364,6871,6725,4305,6605,216
ตัดกระแส/ชม.902506952,55121236156254821
เปลี่ยนช่อง-รวมกระแส/ชม.7164881,3083,3304862445575391,013
DeltaS เฉลี่ย (กม./ชม.)222626201823181925

รูปที่ 7-4 เหตุการณ์ตัดกระแส ซึ่งเป็นประเภทที่สัมพันธ์กับการบาดเจ็บรุนแรง

การปรับเทียบเป็นอุบัติเหตุต่อปี: ใช้ข้อมูลจริง 6.2 ครั้งต่อปีของสภาพปัจจุบันเป็นฐาน ได้อัตราแปลงประมาณ 2.2 × 10⁻⁶ อุบัติเหตุต่อหนึ่งเหตุการณ์เกือบชน ซึ่งต่ำกว่าช่วงในวรรณกรรมต่างประเทศ (1e-05–5e-05) ประมาณ 4–22 เท่า สะท้อนว่าเหตุการณ์ส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้เกิดที่ความเร็วต่ำ ตัวเลขอุบัติเหตุคาดการณ์จึงใช้เปรียบเทียบทางเลือกได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นการพยากรณ์จำนวนอุบัติเหตุ

7.4 ตารางตัดสินใจ

ถ่วงน้ำหนักตามที่กำหนดไว้: ความปลอดภัย 35 ความล่าช้า 25 ค่าก่อสร้าง 15 ผลกระทบผู้ใช้ทางกลุ่มที่เสียประโยชน์ 15 และความเข้ากันได้กับโครงการ M82 10 สองเกณฑ์แรกคำนวณจากผลจำลอง อีกสามเกณฑ์เป็นดุลพินิจเชิงวิศวกรรมที่ระบุสมมติฐานไว้ในภาคผนวก ก

ตารางที่ 7-4 คะแนนตารางตัดสินใจ (100 = ดีที่สุดในกลุ่มที่เปรียบเทียบ)

เกณฑ์ (น้ำหนัก)S5S7S8S9S2S1S6S3
ความปลอดภัย (35)9394905658628122
ความล่าช้า (25)8179825310038110
ค่าก่อสร้าง (15)70686085401009538
ผลกระทบผู้ใช้ (15)7876809045201545
เข้ากับ M82 (10)85858590451009045
คะแนนรวม83.682.781.368.062.559.156.724.8

รูปที่ 7-5 คะแนนรวมแยกส่วนตามเกณฑ์

รูปที่ 7-6 ความคุ้มค่า: เงินลงทุนเทียบกับความล่าช้าที่ลดได้

ผลการจัดอันดับ: S5 (83.6) > S7 (82.7) > S8 (81.3) > S9 (68.0) โดยสามอันดับแรกต่างกันไม่ถึง 3 คะแนน จึงถือว่าเทียบเท่ากันในทางปฏิบัติ การเลือก S7 จึงตัดสินด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยซึ่งมีน้ำหนักสูงสุด

7.5 ผลการทดสอบทางสถิติ

เปรียบเทียบรายคู่แบบจับคู่ตาม seed เดียวกัน ซึ่งหักล้างความแปรปรวนจากการสุ่มออกไป ผลที่สำคัญ

ตารางที่ 7-5 ผลการทดสอบ paired t-test คู่ที่สำคัญ

คู่เปรียบเทียบตัวชี้วัดค่า Aค่า Bผลต่างนัยสำคัญ

ผลสำคัญเพิ่มเติม: เหตุการณ์ตัดกระแสของ S7 ต่ำกว่า S5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ลดลงประมาณร้อยละ 26, p < 0.05) ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่เลือก S7 แทน S5

8. ทางเลือกที่เสนอ (S7) และแบบเบื้องต้น

8.1 องค์ประกอบของทางเลือก

มาตรการที่ 1 — ทางลัดเลี้ยวขวาตัดใหม่ผ่านเกาะกลางถนนเศรษฐกิจ 1

มาตรการที่ 2 — ตีเส้นทแยงบล็อกช่องจราจรก่อนจุดที่รถจากลูปกลับรถสมทบ

รูปที่ 8-1 ทางลัดเลี้ยวขวาตัดใหม่ในแบบจำลอง (S7)

รูปที่ 8-2 บริเวณลูปกลับรถและช่องจราจรที่กันไว้ให้รถจากลูป

8.2 เรขาคณิตที่ต้องออกแบบรายละเอียด 6 จุด

ตารางที่ 8-1 รายการเรขาคณิตที่ต้องออกแบบรายละเอียด

จุดรายการที่ต้องออกแบบข้อกำหนดเบื้องต้น
1ช่องเปิดเกาะกลางสำหรับเลี้ยวขวากว้าง 3.50 ม. รัศมีเลี้ยวขั้นต่ำ 12 ม. ตรวจระยะมองเห็น
2ช่องรอเลี้ยวขวาและช่วงชะลอช่องรอไม่น้อยกว่า 60 ม. ช่วงชะลอตามความเร็วออกแบบ 50 กม./ชม.
3เส้นทแยงบล็อกช่องริมซ้ายยาวประมาณ 74 ม. พร้อมหลักนำทางและตัวสะท้อนแสง
4จุดสมทบของรถจากลูปกลับรถตรวจมุมสมทบและระยะมองเห็นหยุดรถ
5ป้ายจราจรและเครื่องหมายนำทางป้ายเตือนล่วงหน้า 150 / 100 / 50 ม. และป้ายบังคับ
6ระบบระบายน้ำและไฟฟ้าแสงสว่างปรับบ่อพักตามแนวเกาะใหม่ ไฟฟ้าแสงสว่างครอบคลุมจุดตัด

8.3 ประมาณการค่าก่อสร้าง

ตารางที่ 8-2 ประมาณการค่าก่อสร้างเบื้องต้น

รายการปริมาณงานโดยประมาณราคา (ล้านบาท)
งานเตรียมการ รื้อถอนเกาะกลางเดิม และงานจราจรชั่วคราวเหมารวม0.80
งานดินและชั้นทางช่วงตัดใหม่ (ประมาณ 280 ตารางเมตร)เหมารวม0.90
งานผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเหมารวม0.60
งานคันหินและปรับรูปเกาะกลางใหม่เหมารวม0.90
งานระบบระบายน้ำและบ่อพักเหมารวม1.20
งานไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณจุดตัดเหมารวม1.40
งานป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจร รวมเส้นทแยงบล็อกช่องจราจรเหมารวม1.10
อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย (การ์ดเรล หลักนำทาง ตัวสะท้อนแสง)เหมารวม0.90
งานจราจรระหว่างก่อสร้างและป้ายเตือนเหมารวม0.70
รวมค่างานโดยตรง8.50
ค่าอำนวยการ กำไร และค่าเผื่อ (25 %)2.12
รวมทั้งสิ้น (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าเวนคืน)10.62

หมายเหตุ: เป็นการประมาณระดับเบื้องต้น (order of magnitude) จากปริมาณงานหลัก ยังไม่รวมค่าเวนคืน งานรื้อย้ายสาธารณูปโภค และภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องจัดทำประมาณราคาตามราคากลางกรมทางหลวงในขั้นออกแบบรายละเอียด

8.4 แผนดำเนินการ

ตารางที่ 8-3 แผนดำเนินการ

ขั้นตอนระยะเวลาสาระสำคัญ
1. สำรวจและปรับเทียบเดือนที่ 1–2นับปริมาณจราจรจริง 7 วัน วัดความเร็วและความยาวแถวคอย แล้วปรับเทียบแบบจำลองซ้ำ
2. ออกแบบรายละเอียดเดือนที่ 2–4ออกแบบเรขาคณิต 6 จุด ตรวจเขตทาง ประสานตำแหน่งเสาและพื้นที่ก่อสร้างโครงการ M82
3. จัดซื้อจัดจ้างเดือนที่ 4–6จัดทำราคากลาง ประกาศประกวดราคา ลงนามสัญญา
4. ก่อสร้างเดือนที่ 6–9งานเกาะกลาง ผิวทาง ระบายน้ำ ไฟฟ้า ป้ายและเส้นจราจร
5. ติดตามผลเดือนที่ 9–21เก็บข้อมูลปริมาณ ความเร็ว และอุบัติเหตุที่ 3 / 6 / 12 เดือน เทียบกับค่าที่จำลองไว้

8.5 การสื่อสารกับผู้ร้องเรียนและผู้ใช้ทาง

9. ข้อจำกัดและงานที่ต้องดำเนินการต่อ

ภาคผนวก ก — สมมติฐานหลัก

ตารางที่ ก-1 สมมติฐานหลักที่ใช้ในแบบจำลอง

หัวข้อค่าที่ใช้ที่มา
ตัวประกอบชั่วโมงเร่งด่วน K0.08ค่ามาตรฐานงานวิเคราะห์จราจร
ตัวประกอบทิศทาง D0.55ค่ามาตรฐานงานวิเคราะห์จราจร
ความกว้างช่องจราจร3.5 ม.ROADNET
เวลาจำลองต่อรอบ4,500 วินาทีกำหนดโดยผู้ศึกษา
จำนวน seeds10 (42–51)กำหนดโดยผู้ศึกษา
เกณฑ์ TTC1.5 วินาทีFHWA SSAM
เกณฑ์ PET5.0 วินาทีFHWA SSAM
เกณฑ์กรองแถวคอยความเร็วสูงสุดของคู่ ≥ 10.0 กม./ชม.กำหนดโดยผู้ศึกษา
อุบัติเหตุจริงที่ใช้ปรับเทียบ6.2 ครั้ง/ปีv_acccase 2561–2565 รัศมี 400 ม.

สมมติฐานทั้งหมดถูกเก็บไว้ในไฟล์ config/assumptions.yaml ไฟล์เดียว และไม่มีการกำหนดค่าคงที่ในโปรแกรม ทำให้ทุกตัวเลขในรายงานนี้ตรวจสอบย้อนกลับได้

สมมติฐานของคะแนนดุลพินิจในตารางตัดสินใจ

ภาคผนวก ข — ผลรายละเอียดและไฟล์ข้อมูล

ตารางที่ ข-1 ไฟล์ผลลัพธ์ประกอบรายงาน

ไฟล์เนื้อหา
results/kpi_summary.csvตัวชี้วัดจราจรทุกตัว ทุกสถานการณ์ พร้อมช่วงเชื่อมั่น
results/safety_summary.csvตัวชี้วัดความปลอดภัยสรุปรายสถานการณ์
results/safety_per_seed.csvผลความปลอดภัยราย seed (90 รอบ)
results/queue_fzp.csvแถวคอยที่วัดจากวิถีรถจริง ราย seed
results/decision_matrix.csvตารางตัดสินใจพร้อมคะแนนดิบ
results/conflicts_<สถานการณ์>_seed42.csvตำแหน่งและคุณสมบัติของเหตุการณ์เกือบชนทุกครั้ง
web (เว็บรายงาน)ภาพเคลื่อนไหวการจราจรจากวิถีรถจริง เปรียบเทียบได้ทุกสถานการณ์

หน้าเว็บรายงาน: https://rama2-traffic35.siwa-civil.workers.dev

ภาคผนวก ค — บันทึกการปรับเทียบพฤติกรรมแบบจำลอง

บันทึกการเปลี่ยนพารามิเตอร์ทุกครั้งถูกเก็บอัตโนมัติไว้ที่ logs/calibration_log.md สาระสำคัญของการปรับเทียบครั้งล่าสุดมีดังนี้

  1. ผู้เชี่ยวชาญพื้นที่ตรวจภาพเคลื่อนไหวแล้วชี้ว่ารถในแบบจำลองจอดนิ่งรอสอดเข้าช่องนานเกินจริง
  2. วัดจากวิถีรถจริง: ร้อยละ 78 ของรถจอดนิ่งก่อนจุดเบียด ค่ามัธยฐาน 11.8 วินาที สูงสุด 34 วินาที
  3. ตรวจพบว่าพารามิเตอร์ที่ควบคุมอาการนี้คือเกณฑ์ยอมรับช่องว่างที่จุดตัด ไม่ใช่พารามิเตอร์การเปลี่ยนช่องจราจร
  4. ปรับค่าตามตารางที่ 6-1 แล้ววัดซ้ำ ค่ามัธยฐานลดเหลือ 9.4 วินาที และสัดส่วนที่รอเกิน 10 วินาที ลดจากร้อยละ 54 เหลือร้อยละ 31
  5. ทดลองอนุญาตให้รถทางรองแทรกจนขวางกระแสหลัก แล้วเกิดการล็อกตายทั้งทางแยก ความล่าช้าเพิ่มจาก 28 เป็น 57 วินาทีต่อคัน จึงไม่ใช้ค่าดังกล่าว

ภาคผนวก ง — วิธีคำนวณตัวชี้วัดความปลอดภัย

ภาคผนวก จ — ที่มาข้อมูลและเครื่องมือ

ตารางที่ จ-1 ที่มาข้อมูลและเครื่องมือ

รายการแหล่งที่มา
ปริมาณจราจร ขนาดทาง เขตทางชั้นข้อมูล ROADNET กรมทางหลวง
ข้อมูลอุบัติเหตุชั้นข้อมูล v_acccase ปี 2561-2565
เรขาคณิตถนนและทิศทางเดินรถOpenStreetMap ตรวจสอบกับภาพถ่ายดาวเทียมและ Street View
ภาพถ่ายดาวเทียมพื้นหลังMicrosoft Bing Maps (Maxar, Airbus DS)
โปรแกรมจำลองPTV Vissim 2025 (25.00-10) ควบคุมผ่าน COM
ตัวชี้วัดความปลอดภัยนิยามตาม FHWA SSAM (FHWA-HRT-08-051)